5 สาเหตุ อยู่ๆลิเวอร์พูลฟอร์มดีอัดบาเยิร์น 3-0 ยับคาบ้าน

   1) ฟูลแบ็กสองข้าง เล่นดีมหัศจรรย์
            เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ การันตี 11 ตัวจริงแน่นอน ด้วยฟอร์มแบบนี้ ส่วนหนึ่งเพราะนาธาเนียล ไคลน์เจ็บอยู่ แต่หายกลับมาก็ใช่ว่าจะแย่งเทรนต์ได้ แบ็กขวาวัย 18 ปี เล่นเกมรับได้สุดยอดมาก ทำให้ฟรองค์ ริเบรี่ และ ดาวิด อลาบา สองตัวทีเด็ดฝั่งซ้ายของเสือใต้เล่นไม่ออกเลย ขณะที่ แบ็กซ้าย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น่าจะเป็นเกมที่เขาเล่นได้ดีที่สุด ในสีเสื้อลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ เกมรับแข็งแกร่ง การโอเวอร์แล็ปทำได้ถูกต้อง และประตูที่ 2 ที่ทีมได้มาก็เริ่มต้นจากเขา แถมเกือบยิงฟรีคิกเข้าด้วย ด้วยฟอร์มแบบนี้ โมเรโน่ จะได้อยู่กับทีมต่อ และขับเคี่ยวตัวจริงกับแอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในตำแหน่งนี้ 
    2) ชัยชนะปรีซีซั่น ยังวัดอะไรไม่ได้ 
             ลิเวอร์พูล เล่นดีเสมอ และมีฟอร์มสวยๆตลอด ในช่วงปรีซีซั่น ย้อนกลับไป ในปี 2014 ลิเวอร์พูลถล่มดอร์ทมุนด์ ในเกมปรีซีซั่น 4-0 แต่สุดท้ายจบอันดับ หรืออย่างซีซั่นที่แล้ว หงส์ถล่มบาร์เซโลน่า 4-0 ที่เวมบลีย์ แต่สุดท้ายก็จบได้แค่อันดับ ดังนั้น การชนะบาเยิร์น มิวนิค 3-0 อาจเป็นเรื่องสวยงาม แต่ยังวัดอะไรไม่ได้มาก เพราะบาเยิร์น ปรีซีซั่นก็ไม่ได้ฟอร์มดี พวกเขาแพ้เอซี มิลาน 0-4 และแพ้ อินเตอร์ 0-2 การจะมาแพ้หงส์แดงอีกทีม ก็ไม่ได้แปลกอะไร  อย่างไรก็ตาม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ และ ถึงตรงนี้ ลิเวอร์พูลเล่นปรีซีซั่นไปแล้ว 6 เกม ชนะ 5 เสมอ 1 สถิติสวยทีเดียว
    3) ฟีร์มีโน่ เป็นกองหน้าที่เหมาะที่สุด ในสไตล์คล็อปป์
             5 เกมแรก ในปรีซีซั่น ฟีร์มีโน่เล่นแย่มาก เขามีโอกาสจบสกอร์จะจะ นับไม่ถ้วน แต่ยังยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว  มีคำถามเยอะว่า ฟีร์มีโน่ คู่ควรหรือไม่ ที่จะออกสตาร์ตเป็นตัวจริง บางทีสเตอร์ริดจ์ หรือ โซลันกี้ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
             แต่ในเกมนี้ ฟีร์มีโน่ ทำให้เห็นว่า เขาเป็นหัวหอกที่เหมาะสมกับแผนการเล่นมากที่สุด ฟีร์มีโน่ เป็นหัวหอกแบบ ฟอลส์ไนน์ คือล้วงบอลต่ำ บางครั้งเล่นเหมือนกลางรุก หน้าที่ของเขา คือการพักบอล และจ่ายออกซ้ายขวาให้มาเน่ หรือ ซาลาห์ ถ้ามีจังหวะเหมาะๆค่อยยิงเอง และเกมนี้ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก มีจังหวะแย่งบอลสวยๆจากเท้าคู่แข่งให้เห็นหลายที
    4) มิดฟิลด์ลงตัว อาจไม่ต้องการเกอิต้าแล้ว 
            ในระบบ มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน คล็อปป์เลือกใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ เอ็มเร่ ชาน ในครึ่งแรก และเปลี่ยนใช้ ไวจ์นัลดุม กับ มาร์โก กรูยิช ในครึ่งหลัง เราจะเห็นว่า คล็อปป์ให้อิสระในการเล่นเกมรุก กับ 4 ตัวบน (ซาลาห์,มาเน่,คูตินโญ่,ฟีร์มีโน่) ดังนั้น มิดฟิลด์ตัวกลาง ต้องเล่นเกมรับอย่างมีวินัยมากๆ และไม่เติมขึ้นบ่อยๆ ซึ่งทั้ง 4 คน ที่ลงมา ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ยังเดายากว่า ชาน-เฮนโด้-ไวจ์นัลดุม ใครจะยืนเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรก ขณะที่กรูยิช อาจต้องรอโอกาสก่อน แต่ดูจากฟอร์มในเกมเสือใต้ เขาเล่นใช้ได้ และควรจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ด ถ้าอดัม ลัลลาน่าไม่ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าเสียก่อน
    5) มาเน่ กับ ซาลาห์ คู่ดูโอมหาประลัย
             มาเน่ ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่า พร้อมจะให้ซาลาห์ยืนฝั่งซ้ายที่ถนัด ส่วนตัวเขาเล่นตรงไหนก็ได้ในสนาม นัดนี้ คล็อปป์จัดมายืนปีกขวา และเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่สองคนนี้ ออกสตาร์ตเป็น 11 ตัวแรกพร้อมกัน มาเน่ ทำให้เห็นแล้วว่า เขาเล่นฝั่งซ้ายได้ ไร้ปัญหาจริงๆ ประตูแรก เขาโชว์ความเร็ว ก่อนจบด้วยเท้าซ้ายเสียบเสาสองเหนือๆ ก่อนที่ ลูกสอง จะไขว้บอลให้โมเรโน่ เติมขึ้นครอสเข้ากลาง ก่อนเป็นซาลาห์โหม่งเข้าไป  บอกได้เลยว่า มาเน่ มายืนฝั่งซ้ายก็อันตรายมาก เล่นดีไม่แพ้ฝั่งขวา ขณะที่ซาลาห์ พอมายืนตำแหน่งที่ตัวเองถนัดก็ระเบิดผลงานออกมาเรื่อยๆ ซาลาห์ ลงเล่น 5 นัด ในช่วงปรีซีซั่น กดไปแล้ว 4 ประตู นี่แสดงให้เห็นว่า เขาปรับตัวไวมาก และด้วยฟอร์มแบบนี้ มาเน่ กับซาลาห์ จะออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ในเกมแรกที่วัตฟอร์ดแน่นอน 

ใส่ความเห็น